รีวิวหนังTHE 355ปฏิบัติการสวยลับ

 

 

มาพบกันอีกครั้งกับผมและการรีวิวหนังสุดมัน วันนี้ผมจะมารีวิวหนังเรื่อง THE 355ปฏิบัติการสวยลับ แม้ว่า ‘THE 355 ปฏิบัติการสวยลับ’ อาจจะไม่ได้เป็นหนังโปรแกรมใหญ่ในสัปดาห์นี้เหมือนกับภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ แต่ก็เรียกได้ว่ามีหน้าหนังที่เรียกได้ว่าน่าสนใจอยู่เหมือนกันนะ เริ่มตั้งแต่ผู้กำกับอย่าง ‘ไซมอน คินเบิร์ก’ (Simon Kinberg) ที่ผ่านงานหนังใหญ่มาแล้วมากมาย โดยเฉพาะหนังแอ็กชัน ทริลเลอร์ และหนังซูเปอร์ฮีโร ตั้งแต่แฟรนไชส์ ‘X-Men’ , ‘Fantastic Four’ (2015) รวมทั้งผลงานสร้างชื่ออย่าง ‘Mr. & Mrs. Smith’ (2005) และอีกเป็นกระบุง

โดยทีมผู้เขียนบททั้งไซมอน และ ‘เธเรซา รีเบ็ก’ (Theresa Rebeck) หยิบเอาแรงบันดาลใจของรหัสสายลับหมายเลข 355 มาจาก ‘แอนนา สตรอง’ (Anna Strong) สายลับหญิงคนแรกที่ทำงานให้กับเครือข่าย ‘Culper Ring’ ในสมัยสงครามปลดปล่อยอเมริกาจากอังกฤษเมื่อปี 1775 – 1783 โน่นเลย โดยรหัส 355 เป็นรหัสที่ปรากฏในข้อความของสายลับ Culper Ring ที่ใช้อ้างถึง ‘แอนนา สตรอง’ นั่นแหละ ซึ่งในที่สุดก็ถูกหยิบเอามาใช้เป็นชื่อของ 4 สายลับสาวที่ต้องรวมตัวกันเฉพาะกิจเพื่อชิงไดรฟ์ปกป้องโลกในหนังเรื่องนี้ ดูหนังใหม่

 

 

รีวิวหนังTHE 355ปฏิบัติการสวยลับ

 

หนังแอ็คชั่นว่าด้วยเรื่องสายลับสาว 5 ชาติต้องรวมมือกันเพื่อหยุดวายร้ายที่กำลังวางแผนก่อสงครามโลกครั้งที่ 3 ของผู้กำกับ ไซมอน คินเบิร์ก จาก Dark Phoenix ที่มีนักแสดงตัวแม่อย่าง เจสสิก้า เชสเท่น,ไดแอน ครูเกอร์,ลูพีตา ญองอ, เปเนโลเป กรุซ และ ฟ่าน ปิงปิง นำแสดงครับ

ภาพยนตร์แนวสืบสวนสอบสวนที่มาพร้อมกับเส้นเรื่องแบบเดิมๆ ภาพยนตร์แนวสืบสวนสอบสวนเป็นภาพยนตร์ที่สามารถทำให้ผู้รับชมรู้สึกใจเต้นได้ไม่ต่างอะไรจากการรับชมภาพยนตร์แนวสยองขวัญเลยแม้แต่น้อย นั่นก็เป็นเพราะว่ามันเป็นไปด้วยความรู้สึกที่ทั้งตื่นเต้นและระทึกใจ เราแทบจะไม่สามารถเดาได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้

มันจึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่ภาพยนตร์แนวนี้จะประสบความสำเร็จอย่างงดงามแทบจะทุกครั้งที่มีการนำเสนอออกมา โดยเฉพาะการนำเสนอเรื่องราวแนวสืบสวนสอบสวนผ่านสายลับที่เต็มไปด้วยทั้งความเท่และความสามารถ ทำให้ผู้รับชมหลายคนที่ยังเป็นเด็กถึงขั้นมีความฝันว่าโตมาอยากจะเป็นสายลับกันเลยทีเดียวเพราะมันเป็นอาชีพที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ดูหนังฟรี

 

รีวิวหนังTHE 355ปฏิบัติการสวยลับ

 

รีวิวหนังTHE 355ปฏิบัติการสวยลับ เรื่องย่อ/เนื้อเรื่อง

 

เมื่ออาวุธทำลายล้างสุดไฮเทค ได้ตกไปอยู่ในมือของจอมวายร้ายที่ต้องการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในการชักนำสู่แผนการอุบัติมหาสงครามโลกครั้งที่ 3 จากเหตุผลนี้ จึงทำให้ประเทศมหาอำนาจทั่วโลกทั้งหมด 5 ประเทศ ต้องยอมละทิ้งความบาดหมางที่เคยมีต่อกัน และจัดการส่งตัวยอดสายลับหญิงมาร่วมมือกันทำภารกิจยับยั้งแผนการดังกล่าว

นำโดย เมซ (Jessica Chastain) ตัวแทนจากอเมริกา, คาดิจาห์ อาติยาเม (Lupita Nyong’o) ตัวแทนจากอังกฤษ, มารี ชมิดต์ (Diane Kruger) ตัวแทนจากเยอรมัน, กราเซียลา ริเวรา (Penélope Cruz) ตัวแทนจากโคลัมเบีย และ หลินมี่เฉิง (Bingbing Fan)

ตัวแทนจากจีน ซึ่งพวกเธอต้อใช้ทั้งฝีมือการสืบ ทักษะการต่อสู้ และเสน่ห์หญิงที่สุดร้ายกาจ ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย Simon Kinberg (ไซมอน คินเบิร์ก) เจ้าของผลงาน X-Men Dark Phoenix (2019)

ก็เลยเริ่มต้นที่ ‘ไดรฟ์’ เจ้าปัญหานี่แหละครับ เพราะมันสามารถแฮกระบบต่าง ๆ ทั่วโลกได้ ทั้งระบบอินเทอร์เน็ต บล็อกเชน การบิน การขนส่ง พลังงาน เพื่อใช้ปั่นป่วนโลกให้วุ่นวาย แน่นอนว่า มันกลายเป็นสิ่งของมูลค่ามหาศาลที่ใครก็อยากครอบครอง ทำให้’เมซ’ (Jessica Chastain) สายลับหน่วย CIA จากสหรัฐอเมริกา

และคู่รัก ‘นิก ฟาวเลอร์’ (Sebastian Stan) และ ‘มารี ชมิดต์’ (Diane Kruger) สายลับหน่วย BND จากเยอรมนี ต่างก็ต้องทำหน้าที่แย่งชิงไดรฟ์เพื่อปกป้องโลก ดูหนังใหม่

 

 

ในขณะที่ตัวร้ายอย่าง ‘เอไลจาห์ คลาร์ก’ (Jason Flemyng) ก็อยากจะได้ไดรฟ์เพื่อครอบครองเพื่อเขย่าโลก เมซจึงต้องขอความร่วมมือจาก ‘คาดิจาห์ อาติยาเม’ (Lupita Nyong’o) อดีตแนวร่วมสายลับ MI6 ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์จากอังกฤษให้กลับมาช่วยเหลืออีกครั้ง

พร้อมกับ ‘กราเซียลา ริเวรา’ (Penélope Cruz) นักจิตวิทยาสาวจาก DNI (สำนักข่าวกรองแห่งชาติแห่งประเทศโคลัมเบีย)

ที่ตกกระไดพลอยโจนมาร่วมทีมด้วย 4 สายลับสาวจากหลากหลายชาติจึงต้องร่วมมือกันในฐานะสายลับรหัส 355 เพื่อแย่งชิงไดรฟ์ตั้งแต่ร้านกาแฟในปารีส ตลาดในโมร็อกโก และงานประมูลวัตถุโบราณในเซียงไฮกลับมาให้ได้ โดยมี ‘หลินมี่เฉิง’ (Bingbing Fan) คอยตามเฝ้าดูภารกิจของพวกเธออย่างลับ ๆ

แน่นอนครับว่า หนังเรื่องนี้ความน่าสนใจที่สุดก็น่าจะเป็นเรื่องของหน้าหนังที่ขนดาราสาวสายสตรองมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง แถมทีมงานก็เป็นทีมเดียวกับแฟรนไชส์หนังสายลับ ‘Jason Bourne’ อีกต่างหาก ส่วนผู้กำกับเองก็อย่างที่ทราบกันดีว่าเคี่ยวกรำกับหนังนักสืบ แอ็กชันทริลเลอร์มานักต่อนัก ถ้าจะให้ชมอย่างแรกสุดเลยก็เห็นจะเป็นการดีไซน์ฉากแอ็กชันนี่แหละครับ

ที่เรียกได้ว่าเกินคาดอยู่เหมือนกัน ฉากแอ็กชันหลาย ๆ ซีนนี่เรียกได้ว่าดูสนุกและลุ้นตามได้เลย เรียกได้ว่าไม่เสียเชิงทีมออกแบบฉากแอ็กชันมัน ๆ ที่เคยออกแบบคิวบู๊ให้กับ ‘Wonder Woman’ (2017) และ ‘The King’s Man’ (2021) มาแล้วก่อนหน้านี้ ดูหนังฟรี

 

 

 

ความรู้สึดหลังดูหนังTHE 355ปฏิบัติการสวยลับ

 

พล็อตเรื่องมาแบบหนังสายลับทั่วไป ไล่หาของที่เป็นเทคโนโลยีอันตรายและชิงกลับมา เพื่อไม่ให้เทคโนโลยีอันตรายนี้ไปตกอยู่ในมือของวายร้าย ซึ่งสายลับสาวทั้ง 5 คน มาจากคนละหน่วยงาน คนละประเทศ และหนังก็จะแสดงให้เห็นว่าทุกหน่วยงานนั้น มีการทรยศหักหลัง ไว้ใจใครไม่ได้ เหล่าสาวๆจึงต้องร่วมมือกัน รวมพลังหญิงให้โลกรู้ว่า ผู้หญิงก็ไม่แพ้ผู้ชาย

ซึ่งก็ไม่ได้แย่และทำออกมาได้ดีพอสมควร บทหนังก็อยู่ในระดับมาตรฐาน ไม่ได้แย่เลย ใช้ได้ ก็สไตล์หนังแอ็คชั่นสายลับทั่วไป ต่อมาเรื่องการดำเนินเรื่อง ช่วงต้นเรื่องทำออกมาได้ดีเลย จะมีแค่ตอนกลางๆเรื่องบางช่วงเท่านั้นที่ผมรู้สึกว่าเอื่อยๆไปนิดนึง แต่ก็ไม่ถึงกับน่าเบื่อยังพอถูๆไถๆไปได้ พอเลยช่วงกลางเรื่องมาก็สนุกเลย ไปแบบเร็วๆ สรุปแล้วด้านการดำเนินเรื่อง และการเล่าเรื่องต่างๆทำออกมาได้ดี เข้าใจง่าย กระชับ ไม่งงและตามหนังทัน ดูรีวิวหนังสุดมันได้ที่นี่

 

 

ต่อมาเรื่องงานภาพงานเสียง ถือว่าเรื่องนี้ทำออกมาได้ดีเลย มุมกล้องต่างๆก็ดีหมด ฉากไล่ล่ามุมกล้องก็ใช้ได้เลย ด้านงานเสียงก็ทำได้ดีมากๆแล้ว เสียงประกอบฉากต่างๆ และเพลงที่ใช้ เลือกมาได้ดีและเหมาะกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหนัง ส่วนเรื่องคิวบู้ และซีนแอ็คชั่น ก็อยู่ในเกณฑ์ดีเหมือนกัน ออกแบบฉากบู้มาได้ดีเลยทีเดียว ส่วนตัวชอบฉากสุดท้ายของเรื่อง จัดแบบชุดใหญ่ แต่น่าเสียดายที่มีฉากแอ็คชั่นไม่ได้เยอะมาก

แต่ก็ไม่ถึงกับน้อยจนเกินไป กำลังดี และอีกหนึ่งข้อดีคือทีมนักแสดง ทุกคนแสดงได้ดี และแคสต์นักแสดงมาดีมาก แต่ละคนมีเอกลักษณ์และเสน่ห์เป็นของตัวเอง ดึงดูดสายตาคนดูให้จดจ่ออยู่กับหนังได้จนจบเรื่อง และเคมีก็ของนักแสดงก็ถือว่าพอเข้าขากันอยู่ ผมเลยรู้สึกเสียดายที่หนังน่าจะไปให้สุดมากกว่านี้ เพราะออกแบบตัวละครมาได้ดีแล้ว สรุปโดยรวมแล้วก็เป็นหนังแอ็คชั่นที่ดูได้เพลินๆ สนุกดี